1. Fonts   

  •   ใช้ Thai SarabunPSK ขนาด 14 โดยสามารถ download font ได้จาก link:
    https://drive.google.com/file/d/1QLA1ekngR0xP_xBFcL0ef3Edi86qyNej/view?usp=sharing
  •   ระยะห่างระหว่างบรรทัดเป็น 2 เท่า (Line spacing: Double)
  •   กรุณาตรวจทานเนื้อหา ประโยค และแก้ไขการสะกดคำผิด ก่อนส่งไปยังกองบรรณาธิการ

2. Article submission

3. Languages

  •   สามารถเขียนได้ทั้งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
  •   การใช้ภาษาไทย ให้ใช้ภาษาการเขียนที่อ่านเข้าใจง่าย โดยคำศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ สามารถใช้คำภาษาอังกฤษแทรกในบทความได้
  •   การเขียนชื่อเรื่องและหัวข้อย่อยภาษาอังกฤษ ทำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรกของคำนามและคุณศัพท์ เช่น Treatment of Variceal Bleeding หรือ Statistical Analysis
  •   การเขียนภาษาอังกฤษภายในบทความ ให้เขียนตามหลักการเขียนภาษาอังกฤษตามปกติ
  •   ไม่แนะนำให้ใช้ตัวสัญลักษณ์ เช่น α, β, Ω, µ เพราะอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการจัดวาง แนะนำให้เขียน alfa-, beta-
  •   พยายามไม่ใช้ตัวย่อในบทความโดยเฉพาะที่ไม่เป็นมาตรฐาน เช่น LGIB, ALD หรือ MI ให้เขียนคำเต็มภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย (ถ้ามี) เช่น เบาหวาน เกล็ดเลือด ความดันโลหิตสูง กรณีมีความจำเป็นต้องใช้คำย่อภาษาอังกฤษ เช่น ต้องใช้คำที่มีความยาวซ้ำหลายครั้งในบทความ ให้แสดงตัวเต็มในครั้งแรกทุกครั้ง เช่น esophageal varices (EV), primary sclerosing cholangitis (PSC)
  •   หน่วยวัดให้เลือกใช้ SI unit ที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษแบบตัวย่อ เช่น cm., mL., ชั่วโมงเป็น ชม. มิลลิกรัมเป็น มก. (ยกเว้น กรัม ลิตร ไม่ต้องย่อ)

 4.   Front page

     หน้าแรกของบทความประกอบด้วย

  •   ชื่อเรื่อง
  •   ชื่อ-นามสกุล ผู้เขียน พร้อมสังกัดหรือสถาบัน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่ต้องมีคำนำหน้า ไม่ใส่ยศ ไม่ใส่ตำแหน่งทางวิชาการ
  •   ชื่อ-นามสกุล ผู้ร่วมวิจัย พร้อมสังกัดหรือสถาบัน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษและใส่ตัวเลขต่อท้ายชื่อแบบ superscript ตามลำดับ ไม่ต้องมีคำนำหน้า ไม่ใส่ยศ ไม่ใส่ตำแหน่งทางวิชาการ
  •   พิมพ์ตัวตรง ไม่ใส่ตัวหนา ไม่ทำตัวเอียง
  •   Corresponding author ให้เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษซึ่งประกอบด้วย
             ๐   ชื่อ-นามสกุล ผู้เขียน พร้อมคำนำหน้าและตำแหน่งทางวิชาการ
             ๐   สถานที่ติดต่อ
             ๐   เบอร์โทรศัพท์/แฟกซ์
             ๐   อีเมล

                ตัวอย่าง Front page

5.   Contents: review, case report, research articles

     เนื้อหาเริ่มที่หน้า 2 ต่อจาก front page ประกอบด้วย

  •   ชื่อบทความ
  •   ชื่อ-นามสกุล ผู้เขียนและผู้ร่วมวิจัย (ถ้ามี) พร้อมสังกัดหรือสถาบัน ภาษาอังกฤษ ไม่ต้องมีคำนำหน้า ไม่ใส่ยศ ไม่ใส่ตำแหน่งทางวิชาการ
  •   ตามด้วย abstract ภาษาอังกฤษตามรูปแบบมาตรฐานของ article นั้น ๆ

                ตัวอย่าง Contents page

6.   Abstract

  •   ใช้ภาษาอังกฤษความยาวประมาณ 250 คำหรือไม่ควรเกิน 20 บรรทัดหรือเขียน 10-15 บรรทัด (กรณีเป็น review)
  •   หัวข้อมีดังนี้ Background and Aims, Material and Method, Results, Conclusion
  •   ห้ามทำตารางหรือแทรกเลขยก (superscript) หรือวงเล็บที่เป็นเอกสารอ้างอิง (reference)

7.   Keywords

      เขียนเป็นภาษาอังกฤษ 5-8 คำ (สำหรับ research article และ review article)

8. Learning points

  •   สรุปจุดสำคัญหรือความรู้ใหม่จากการศึกษา
  •   เขียนเป็นลักษณะ bullets (3-7 bullets) โดยใช้คำให้สั้นกระชับ ไม่ควรเกิน 3 ประโยคต่อ bullet

 9.  Table

  •   ตาราง ให้ใช้คำว่า "Table" แทนคำว่า "ตาราง" และให้ใช้ชื่อ Table 1, Table 2, Table 3,... ตามลำดับของจำนวนตารางที่มีในบทความ
    พร้อมเขียนคำอธิบาย (caption) ไว้ด้านบนของตาราง
  •   ในตาราง (Table cell) ไม่ต้องใส่สีหรือ shading
  •   พิมพ์ตัวตรง ไม่ทำตัวหนา ไม่ทำตัวเอียง
  •   ใช้รูปแบบอักษร Thai SarabunPSK ขนาด 12

10. Figure

  •   ภาพประกอบในบทความต้องเป็นภาพที่ถ่ายเอง หรือวาดเอง หรือขออนุญาตจากต้นฉบับอย่างเป็นทางการ ตามมาตรฐาน publication
  •   แยก save ไฟล์รูปแต่ละไฟล์เป็น .jpg หรือ .TIFF ขนาดอย่างน้อย 300 dpi โดยใช้ชื่อ Figure 1.jpg, Figure 2.jpg, .... ตามลำดับ แล้วส่งมาพร้อมกับไฟล์ของบทความ
  •   พื้นหลังของรูปควรเป็นสีขาว
  •   คำอธิบายภาพ (caption) แห่งแรกให้ใส่ใน text ใต้ย่อหน้าที่กล่าวถึงครั้งแรก และแห่งที่สองให้ใส่รวมไว้ส่วนท้ายสุดของ manuscript (หลังรูป) โดยวางตำแหน่งด้านบนของรูป

11. References     

  •   ควรใช้โปรแกรม Endnote ช่วยในการจัดเรียง โดยสามารถ download Endnote style ได้จาก link:
    https://drive.google.com/open?id=1FJcxyEncIeQFHrg984p-gQ2KjeDxrv7E
  •   ควรอ้างอิงผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ หรือวารสารของประเทศไทย (peer-reviewed journal) โดยเลือกใช้จำนวนอย่างเหมาะสม (ไม่จำกัดจำนวน)
  •   ตรวจสอบชื่อผู้แต่งและวิธีการเขียนชื่อของวารสารจาก http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed
  •   ไม่ควรใช้เอกสารที่อ้างอิงบุคคล (Personal communication) หรือที่เรียกว่า Unpublished data
  •   ใช้รูปแบบการเขียน references แบบ Vancouver ตามแบบของ "Thai Journal of Hepatology" โดยถ้าจะใช้คำ et al. ต้องมีชื่อผู้แต่งครบ 6 ชื่อ
  •   การเขียนอ้างอิงจากตำรา ให้เป็นไปตามประกาศของ Index Medicus รวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอน   
         ตัวอย่าง  Phaosavsdi S, Chaturachinda K. Ethics in obstetric practice. In: Tannirandorn Y, editor. Prenatal diagnosis. Bangkok: OS Printing House; 1999: 351-62.
  •   ภายในบทความ ให้ใช้ตัวเลขในวงเล็บแทนเมื่อกล่าวถึงเอกสารอ้างอิง (…)    
         ตัวอย่าง The global prevalence of HCV was estimated at 2% (1)
  •   ใช้ตัวเลข (1) เมื่ออ้างเป็นครั้งแรก และ (2), (3), (4), ..... ตามลำดับ เมื่ออ้างถึงครั้งถัดไป
  •   ให้เขียน references ไว้ส่วนท้ายของบทความ

                ตัวอย่าง

  1. 1.    Machado MV, Cortez-Pinto H. Non-invasive diagnosis of non-alcoholic fatty liver disease. A critical appraisal. J Hepatol 2013;58:1007–1019.
  2. 2.    van der Poorten D, Milner KL, Hui J, Hodge A, Trenell MI, Kench JG, et al. Visceral fat: a key mediator of steatohepatitis in metabolic liver disease. Hepatology 2008;48:449–457.

12. Acknowledgements 
         สั้นกระชับ ไม่เกิน 5 บรรทัด

13. Ethics consideration

  •   ควรต้องมีใบอนุญาตให้ทำการวิจัยในมนุษย์แนบมาด้วยเสมอ (สำหรับงานวิจัย)
  •   เรื่องทางวิชาการต้องปฏิบัติตามหลักของจริยธรรมสากล ไม่แสดงการจาบจ้วง ไม่ลบหลู่ผู้อาวุโส ไม่เกี่ยวข้องกับระบบ การปกครอง ศาสนา ชนชั้น ผิวสี และวรรณะ
  •   ไม่ใช่บทความที่ลอกเลียนบทความอื่น หรือมีคำและสำนวนเหมือนกับบทความที่ตีพิมพ์แล้วในวารสารฉบับอื่นเกินร้อยละ 50 หรือมีการพิมพ์รูปภาพ ตาราง บทความตอนใดตอนหนึ่งจากบทความอื่น ให้เจ้าของบทความแสดงเอกสารว่าได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการของวารสารนั้นให้พิมพ์ซ้ำได้

14. Pattern of the articles

      ประเภทของบทความที่เปิดรับ ได้แก่ review/concise review, case report และ image in hepatology หรือบทความอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับโรคตับ

      Thai Journal of Hepatology Author Guideline Download